ไทยพับลิคก้า
15 มิถุนายน 2012

          วิกฤต "ขยะ" ชุมชนเมือง คนเอเชียสร้างขยะ 1 กก./วัน คาดปริมาณเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าภายในปี 2025
          ขยะมูลฝอยที่มาจากสิ่งของเหลือกินเหลือใช้ของคนเมือง จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงสองทศวรรษข้างหน้า เพราะการขยายตัวอย่างรวดเร็วของชุมชนเมืองในประเทศกำลังพัฒนา
          หากย้อนมองไปเมื่อ 10 ปีก่อน มีคนอาศัยอยู่ในเมืองเพียง 2,900 ล้านคน และโดยเฉลี่ยแล้ว คนหนึ่งคนจะสร้างขยะประมาณวันละ 0.64 กิโลกรัม ซึ่งรวมแล้วคนเมืองจะทำให้เกิดขยะปีละ 680 ล้านตัน แต่ในปัจจุบัน มีคนเมืองประมาณ 3,000 ล้านคนทั่วโลก และแต่ละคนทำให้เกิดขยะประมาณวันละ 1.2 กิโลกรัม ดังนั้น เมื่อรวมแล้วจะสร้างขยะปีละ 1,300 ล้านตันต่อปี
          และในปี 2025 ธนาคารโลกประเมินว่า จำนวนประชากรเมืองน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4,300 ล้านคน และแต่ละคนจะสร้างขยะประมาณวันละ 1.42 กิโลกรัม หรือรวมแล้วประมาณ 2,200 ล้านตันต่อปี พร้อมคาดว่าต้นทุนการจัดการขยะเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นจากปีละ 205,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 375,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยประเทศยากจนจะใช้เงินมากขึ้นอย่างมาก เพื่อใช้กำจัดขยะในชุมชนเมือง
          รายงานเรื่อง "What s Waste : a Global Review of Solid Waste Management" ของธนาคารโลกบอกว่า การบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลเป็นบริการสำคัญที่สุด ที่ฝ่ายบริหารเมืองต้องจัดหาให้ประชาชนในทุกประเทศ ทั้งในประเทศรายได้น้อยและประเทศรายได้ปานกลาง เพราะหากจัดการปัญหาขยะะไม่ดี ก็จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสุขภาพคน สิ่งแวดล้อมของเมืองและของโลก และระบบเศรษฐกิจด้วย
          ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลเพิ่มขึ้นมากที่สุดในจีน ซึ่งได้แซงหน้าสหรัฐอเมริกาขึ้นป็นประเทศที่ผลิตขยะมากที่สุดของโลกตั้งแต่ปี 2004 นอกจากนี้ ปริมาณขยะก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในแถบเอเชียตะวันออก รวมถึงบางประเทศในยุโรปตะวันออกและภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย ซึ่งอัตราการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะในพื้นที่เหล่านี้สอดคล้องกับการขยายตัวของเขตเมือง และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีที่เพิ่มขึ้น
          โดยทั่วไปแล้ว ปริมาณขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การพัฒนาของเศรษฐกิจ ระดับของความเป็นเมืองอุตสาหกรรม พฤติกรรมของคนในเมืองนั้น และสภาพแวดล้อมของเมือง ทั้งนี้ ยิ่งสังคมมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและมีความเป็นเมืองมากขึ้นเท่าไหร่ ปริมาณขยะมูลฝอยก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ขณะเดียวกัน ระดับของรายได้และใช้สินค้าและบริการเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะสร้างขยะมากกว่าคนในชนบทประมาณสองเท่าตัว
          หากมองกันในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในแถบเอเชีย รายงานระบุว่า เอเชียตะวันออกและแปซิฟิกสร้างขยะประมาณ 270 ล้านตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นขยะที่มาจากจีน ที่คิดเป็นประมาณ 70% ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมดของภูมิภาค และชาวเอเชียแต่ละคนสร้างขยะเฉลี่ยประมาณ 0.95 กิโลกรัมต่อวัน ส่วนเอเชียกลางสร้างขยะปีละ 93 ล้านตันเป็นอย่างน้อย
          เมื่อลองแจกแจงประเภทขยะที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ในแต่ละกลุ่มประเทศ ก็จะเห็นว่ามีหายปัจจัย เช่น การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม สภาพอากาศ แหล่งพลังงาน ที่ส่งผลให้แต่ละภูมิภาคมีปริมาณขยะแต่ละชนิดแตกต่างกัน
          โดยประเทศที่มีรายได้น้อยมักจะมีสัดส่วนอินทรีย์ หรือขยะที่มาจากสิ่งมีชีวิตมากที่สุด ขณะที่ประเทศรายได้สูงจะมีขยะประเภทกระดาษ พลาสติกและวัสดุอนินทรีย์ แต่หากดูกันในแต่ละภูมิภาคก็พบว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก มีสัดส่วนขยะอินทรีย์มากถึง 62% ของขยะทั้งหมด ส่วนประเทศกลุ่ม OECD มีสัดส่วนขยะกลุ่มนี้น้อยที่สุดคือ 27% แต่หากดูกันที่ปริมาณขยะแล้ว ประเทศ OECD ก็ยังมีปริมาณขยะประเภทนี้สูงที่สุดในโลก
          สำหรับในแง่ของประสิทธิภาพ การเก็บขยะของชุมชนเมืองนั้น พบว่า แต่ละเมืองมีวิธีเก็บขยะต่างกัน เช่น มีคนเก็บขยะตามไปเก็บถึงบ้าน หรือบางแห่งก็ให้แต่ละบ้านำขยะมาทิ้งถังขยะของชุมชน ขณะที่บางเมืองก็ให้คนเอาขยะมาทิ้งไว้หน้าบ้านตามเวลาที่ทางการกำหนดไว้ ก่อนที่รถขยะจะมาเก็บขยะไป หรือบางแห่งประชาชนก็จะเอาขยะไปทิ้งถึงศูนย์กำจัดขยะ และเทศบาลบางแห่งก็จ้างเอกชนให้มาเก็บขยะ และเรียกค่าบริการจากคนในชุมชน
          ทั้งนี้ จากการศึกษา พบว่า ประเทศที่มีรายได้สูงมีความสามารถในการเก็บขยะเฉลี่ย 98% ของขยะทั้งหมดที่มี แต่ประเทศรายได้น้อยเก็บได้เฉลี่ย 41% เท่านั้น และหากเทียบกับเป็นภูมิภาค กลุ่มประเทศ OECD จะมีความสามารถในการเก็บขยะมากที่สุดหรือประมาณ 98% ส่วนแอฟริกา เป็นภูมิภาคที่ก็บขยะได้น้อยที่สุด หรือประมาณ 46% ของขยะทั้งหมดที่มีอยู่ในภูมิภาค
          ส่วนเมื่อเก็บขยะได้แล้วจะกำจัดอย่างไรนั้นข้อมูลของเวิลด์แบงก์บอกว่า การฝังกลบ (Landfill) กระบวนการความร้อน (Thermal Treatment) เป็นสองวิธียอดฮิตที่ประเทศร่ำรวยเลือกใช้เพื่อกำจัดขยะ ส่วนประเทศรายได้น้อย และรายได้ปานกลางส่วนใหญ่จะเลือกใช้วิธีนำขยะไปเทกองกลางแจ้ง หรือทิ้งไว้ตามธรรมชาติ (Open dump) มากที่สุด
          ทั้งนี้ เนื่องจากขยะมูลฝอยคืออีกหนึ่งต้นตอสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งประเมินกันว่า ปริมาณก๊าซเรือนกระจก จากธนาคารโลกมองว่า การลดปริมาณขยะและกำจัดขยะอย่างถูกวิธีจะช่วยบรรเทาปัญหาส่วนนี้ได้ ดังนั้น จึงแนะนำว่า ควรให้คววามรู้แก่คนทั่วไป เกี่ยวกับการลดการสร้างขยะ และการรีไซเคิล หรือนำขยะไปแปรรูปเป็นปุ๋ยมากขึ้น นอกจากนี้ ทางภาครัฐอาจใช้กลไกด้านราคา เช่น การบวกค่ากำจัดขยะเพิ่มเข้าไปในตัว ซึ่งกลไกราคาเหล่านี้เป็นวิธีที่หลายเมืองใช้เพื่อลดปริมาณขยะ ถุงพลาสติกมาแล้ว
          จากข้อมูลข้างต้นคงเห็นกันแล้วว่า ประมาณขยะของชุมชนเมืองทั่วโลก มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน ซึ่งธนาคารโลกก็มองว่า สิ่งจำเป็นสำหรับชุมชนเมืองยุคนี้ก็คือ แผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยแบบบูรณาการ และแผนที่มีประสิทธิภาพก็ต้องอาศัยการระดมสมองของทุกฝ่ายในสังคมนั่นเอง

ข่าว
- โรดแมปการจัดการขยะมูลฝอย
- ขยะสะสม 20 ล้านตัน คพ. ดันโร้ดแม็ป "บริหารจัดการขยะแห่งชาติ"
- "ขยะล้นเมือง" กฎหมายล้าสมัย-งบไม่พอ จี้เลิกทิ้งชนบท-ดึงผู้ผลิตสินค้าแก้ปัญหา
- เปิดโรดแมปจัดการขยะยุค คสช. คืนความสุขให้ประชาชนได้จริงหรือ ?
- ประยุทธ์วอนประชาชนอย่าต้านสร้างบ่อขยะ
- วิกฤติขยะล้นเมือง "วาระแห่งชาติ"
- สวีเดนขยะหมดเกลี้ยงจนต้องนำเข้า 800,000 ตัน เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า
- จับตา "วิกฤติขยะ ปี 2558" ล้นเมืองก่อมลภาวะ
- ขยะทองคำ